9 ปรัชญาความรักที่คนมักเข้าใจผิด ตอนที่ 1

9 ปรัชญาความรักที่คนมักเข้าใจผิด

1. “ตอนนี้โสดก็มีความสุขดี ไม่เห็นจะต้องมีแฟน”
ผมไม่เถียงนะครับเรื่องความสุขที่เกิดขึ้นระหว่างที่เราเป็นโสด เพราะตอนนี้ จขกท. ก็ยังโสดอยู่ครับและก็มีความสุขดี แต่ผมไม่เคยนำเอาเรื่องความโสดมาเปรียบเทียบกับการมีแฟนว่าแบบไหนมีความสุขกว่ากัน มันคนละเรื่องกันเลยด้วยซ้ำ โสดคือสถานะ มีแฟนก็คือสถานะ แต่ความสุขคือความสุขครับ ความสุขคืออารมณ์ ความสุขคือความพึงพอใจกับสถานะของคุณ คุณโสดคุณก็มีความสุขได้ คุณมีแฟนหรือแต่งงาน คุณก็มีความสุขได้ มันไม่ได้แปลว่าการเปลี่ยนสถานะของคุณจะทำให้ความสุขของคุณต้องลดลงหรือหายไป บางคนกลัวว่าการมีคู่ต้องคิดมาก ปวดหัว มีความทุกข์ ติดอยู่ในเงื่อนไข

ก็ดูซิครับ ยังไม่ทันจะรักใครคุณเองก็กลับมีเงื่อนไขมากมาย “ถ้าจะรักกับฉัน ฉันอยากมีรักที่ไม่มีเงือนไข นี่คือเงื่อนไขของฉันนะ” เอ๊ะ! ตกลงจะเอายังไงกันแน่?!! หรือแม้แต่คนที่ต้องร้างลากับความรัก การเป็นโสดอีกครั้งไม่จำเป็นว่าต้องกลายไปเป็นความทุกข์ คุณอาจกำลังมีเวลาที่จะใส่ใจตัวเอง ได้เก็บรายละเอียดในชีวิต ได้ทบทวนหลายสิ่งหลายอย่าง หรือได้พบเจอคนใหม่ๆที่ดีกับคุณจริงๆก็เป็นได้ “การไม่ปล่อยมือจากของเก่า แล้วของใหม่จะเข้ามาแทนที่ได้อย่างไร” (ในบางเคส ถ้าคุณอยู่กับเพื่อนที่โสดหลายๆคน ก็ไม่แปลกที่คุณจะมองว่าความโสดเป็นเรื่องสนุก ทั้งที่ความจริงแล้วคุณไม่ได้สนุกกับความโสด แต่คุณกำลังสนุกกับเพื่อนโสดๆของคุณต่างหาก!) สิ่งต่างๆในอนาคตมันอาจเกิดขึ้นหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ถูกต้องไหมครับ

ผมขอขมวดข้อนี้สั้นๆว่า การเป็นโสดคือ Lifestyle มันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ อย่าเอาความโสดกับความสุขมาผสมกันแล้วบอกว่าดีกว่าการมีแฟน และเช่นกันก็อย่าเอาความโสดมาคิดว่าโสดแล้วต้องทุกข์จนต้องดิ้นรนหนีความเดียวดาย เพราะคุณจะต้องเจอทั้งความสุขและความทุกข์จากทุกการเปลี่ยนแปลง ทุกสถานะ คุณหนีความรู้สึกเหล่านั้นไม่พ้นหรอก! “คุณจะเจ็บต่อไปถ้าคุณยังมีตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก”

2. “ที่ผ่านมาก็แบบนี้ทั้งนั้น!”

หลายครั้งที่ผมได้ยินเพื่อนบ่นหรือโพสต์ข้อความประชดประชัน ตีอกชกตัวถึงความเสียใจ ทำไมชีวิตถึงเจอแต่คนไม่ดี ทำไมมีแฟนไม่นานก็เลิก จนไปถึงวลีเด็ดที่ว่า “ผู้ชายก็เลวเหมือนกันหมด” หรือ “ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ” คนรวย คนจน คนมีการศึกษา คนบ้า สารพัด category ที่จะแบ่ง เพราะประสบการณ์ความรักที่ผิดหวังซ้ำๆ มักจะเกิดขึ้นในรูปแบบเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา ถามว่าเพราะอะไร?

บนโลกกลมๆใบนี้มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “คน” อาศัยอยู่ราวๆเจ็ดพันสี่ร้อยล้านคน (ข้อมูลปี 2016) แน่นอนว่าแต่ละคนก็จะมีนิสัยที่แตกต่างกันครับ เราทุกคนมีแก่น (Core) ของความเป็นตัวเรา และนิสัย (Habit) ต่างๆของเราคือส่วนเติมแต่งให้เราเป็นเราแบบนี้ ทุกครั้งที่จะมีความรัก เราก็มักจะมองที่ความเข้ากันได้ รูปร่างหน้าตา พื้นฐานนิสัย และเมื่อเราเจอจุดเชื่อม เราก็จะเชื่อมจุดเหล่านั้นให้แข็งแรง แต่คนเจ็ดพันสี่ร้อยล้านคนมันก็มีลักษณะต่างกันถึงเจ็ดพันสี่ร้อยล้านแบบ แต่เรากลับให้ความสนใจกับนิสัยบางแบบที่เราชอบ นั่นหมายความว่าโอกาสที่เราจะเจอความเสียใจจากคนเป็นล้านบนโลกที่ผ่านเข้ามาย่อมเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นไม่ใช่เพราะคนทุกคนเหมือนกันหมด แต่เพราะเราเองต่างหากที่ให้ความสนใจ (Focus) ที่นิสัยบางแบบ และ “คาดหวัง” มันจากคนหลายๆคนที่เคยเดินผ่านเข้ามาในชีวิต

สิ่งที่ผมอยากบอกคือ “คนเก่ากับคนใหม่คือคนละคน” เราจะเหมาว่า ยีราฟคือสัตว์ ฮิปโปคือสัตว์ คุณไม่ชอบสัตว์ คุณเลยไม่ชอบทั้งยีราฟและฮิปโปมันก็ไม่แฟร์ถูกไหมครับ เช่นกันกับคน ถ้าคุณมองเค้าที่ธรรมชาติของเค้า ธรรมชาติของคนๆนึง คุณจะเลือกได้ง่ายขึ้นและผิดหวังกับความรักซ้ำไปซ้ำมาได้น้อยลง เพราะคุณเข้าใจในตัวตน (core) ไม่ใช่แค่สิ่งที่คุณเลือกที่จะสนใจ (Focus)